กวาง กมลชนก ดีใจเจอ แนน สกุลรัตน์ ดาราเด็กที่ร่วมงานเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

เมื่อนักแสดงมากความสามารถ “กวาง กมลชนก” มีโอกาสได้เจอ แนน สกุลรัตน์ นักแสดงเด็กเล่นละครด้วยกันเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยเจ้าตัวได้บอกว่า ร่วมกันในละครเรื่อง เรือนแรม

งานนี้สร้างความดีใจให้กับ พี่กวาง เป็นอย่างมาก เพราะ น้องแนน เดินเข้ามาทักทายหลังไม่เคยเจอกันเลย

%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89

ซึ่ง กวาง กมลชนก ได้โพสต์ข้อความที่เต็มไปด้วยความประทับใจว่า “เล่นละครด้วยกันเรื่องเรือนแรมเมื่อ 20 กว่าปีก่อน… วันนี้น้องแนน สกุลรัตน์โตเป็นผู้ใหญ่มีครอบครัวแล้ว #ดีใจที่ได้เจอคุณแม่และน้องแนนนะคะ ขอบคุณที่มาทักทายกัน เวลาผ่านไปไวจริงๆ”

เรียกว่ามิตรภาพน้องพี่ในวงการบันเทิงนั้นแนบแน่นจริงๆ ค่ะ

       เราคือคาสิโนที่เล่นได้ที่บ้าน ผ่านเว็บ คาสิโนออนไลน์ หนึ่งในบริการดีๆ ที่ออกแบบมาเพื่อท่านลูกค้าโดยเฉพาะ พร้อมกับให้ทุกๆ ท่านได้พนัน แทงบอล กันอย่างเต็มที่ โดยนักเดิมพันจะได้สนุกและลุ้นรับเงินโบนัส แจ๊กพ๊อตมากมาย ผ่านตัวเกมส์ที่ท่านเลือกเล่นได้ง่ายๆ ที่นี่ที่เดียว http://ruby888-casino.com/

พนักงานตะลึง สามีภรรยาหอบเงินสดใส่ถุงกระสอบไปซื้อบ้าน

สามีภรรยาจีนหอบเงินนับแสนใส่ถุงกระสอบไปซื้อบ้าน หวังได้อยู่อาศัยในบั้นปลายชีวิต

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า ที่เมืองหนานหยาง มณฑลเหอหนาน สองสามีภรรยาชาวจีนคู่หนึ่ง แบกถุงกระสอบใส่เงินไปซื้อบ้านของโครงการแห่งหนึ่งในเมืองหนานหยาง

เมื่อพนักงานเปิดถุงกระสอบดูต่างตื่นตะลึงเพราะข้างในถุงกระสอบเต็มไปด้วยเงินสดจำนวนมาก ส่วนมากเป็นธนบัตรใบละ 1 หยวน และ 5 หยวน แต่ด้วยถูกจัดเก็บอย่างกระจัดกระจาย พนักงานไม่สามารถนำธนบัตรเหล่านั้นเข้าเครื่องนับได้ ทางโครงการจึงเรียกพนักงานขายจำนวนหลายคนเข้าไปช่วยแยกและจัดเรียงประเภทธนบัตรใหม่ ทำให้จำเป็นต้องกระจายธนบัตรเต็มห้องโถงในสำนักงานขายเพื่อให้ง่ายต่อการคัดแยก

สามีภรรยาชาวจีนหอบเงินสดใส่ถุงกระสอบไปซื้อบ้าน

โดยตลอดการแยกธนบัตรดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนรักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณรอบๆ จนทำให้ได้รับความสนใจจากผู้คนที่อยู่ในบริเวณเป็นจำนวนมาก และพนักงานขายสามารถนับเงินทั้งหมดได้มากกว่า 30,000 หยวน (ประมาณ 156,689 บาท) มากพอสำหรับการวางค่ามัดจำในการซื้อบ้านครั้งนี้

ซึ่งสองสามีภรรยาคู่นี้ประกอบธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ พร้อมทั้งเก็บหอมรอมริบธนบัตรใบละ 1 หยวน และ 5 หยวนมาตลอด พอเห็นราคาบ้านสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากจะซื้อไว้สักหลังสำหรับอาศัยอยู่ในยามแก่เฒ่า

ตามรายงานระบุว่า บ้านของโครงการนี้มีราคาสูงถึง 7,000 หยวน/ตารางเมตร (ประมาณ 36,560 บาท) พนักงานขายของโครงการเห็นว่าไม่ง่ายเลยที่สองสามีภรรยาคู่นี้จะสามารถหาเงินและเก็บหอมรอมริมได้ จึงจะนำเรื่องนี้ไปขอต่อรองราคาพิเศษจากฝ่ายบริหารให้

     เล่นพนันกีฬา คาสิโนออนไลน์กับเว็บเว็บไซต์ชั้นนำ กับเราได้ที่นี่ สมัครง่ายโปรโมชั่นดี มีพนักงานบริการ 24ชั่วโมง แทงบอล ออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น sbobet , แทงบอล ibcbet , พนันกีฬาออนไลน์ m8bet และบริการอื่นๆ อีกมากมาย ที่เว็บไซต์  ruby888-casino.com

หนุ่มจีนเสพยาหนัก หลับในรถกลางไฟแดง ทำรถติดหนัก

%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%86%e0%b9%86%e0%b9%86

หนุ่มจีนเสพยาหนัก หลับในรถกลางไฟแดง ทำรถติดหนัก

2 หนุ่มจีนเสพยามาหนัก ขับรถไม่ไหวจอดนิ่งสนิทกลางแยก หลับอยู่กลางสี่แยกไฟแดง ทำรถติดอย่างหนักตอนชั่วโมงเร่งด่วน

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (21 ก.ย.) ท่ามกลางชั่วโมงเร่งด่วน ที่แยกไฟแดงหนึ่งบนถนนไป๋หยวน เมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมชายหนุ่ม 2 คน ที่นอนหลับอยู่ในรถเก๋งคันหรูขณะจอดติดไฟแดง เพราะเพิ่งเสพยาเสพติดอย่างหนัก

ตามรายงานระบุว่า ชายหนุ่ม 2 คน ขับรถเก๋งสีดำมาจอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่บริเวณดังกล่าว ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.30 น. สัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นไฟเขียวแล้วก็ยังไม่ยอมออกรถ ทำให้การจราจรด้านหลังติดขัดอย่างหนักเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้เข้าไปตรวจสอบพบชายทั้ง 2 คน หลับสนิทและพบอุปกรณ์เสพยาเสพติดอยู่ภายในรถ จึงได้พยายามเรียกปลุกชายหนุ่มทั้งคู่แต่ไม่เป็นผล แต่ทั้งสองไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้น ต้องเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายเข้าไปช่วย จนสามารถนำตัวชายหนุ่มทั้งสองไปสอบสวนที่สำนักงานตำรวจได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เรียกความสนใจจากผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก

ลำปางเร่งซ่อมสะพานหลังน้ำป่าหลากพัดถล่มขาด

%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%86%e0%b9%86

ลำปางเร่งซ่อมสะพานหลังน้ำป่าหลากพัดถล่มขาด

อบจ.ลำปาง เร่งซ่อมสะพานคอนกรีตใน อ.แจ้ห่ม-อ.วังเหนือ หลังน้ำป่าหลากพัดถล่มสะพานขาด ชาวบ้านเดือดร้อน

นายเกรียงเดช สุทธภักติ รองนายก อบจ. รักษาราชการแทนนายก อบจ.ลำปาง ส่งเจ้าหน้าที่ ติดตามตรวจสอบความเสียหาย ของสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก สะพานคอนกรีต ระหว่างบ้านนางาม หมู่ที่ 3 และบ้านนาไหม้ หมู่ที่ 2 ข้ามไปยังบ้านไผ่ทอง หมู่ที่ 6 ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง หลังทรุดพังลงไปกับกระแสน้ำ หลังจากเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา โดยทาง อบจ.ลำปาง ร่วมกับ นายไสว ลาภเกิด นายกเทศบาลตำบลเมืองมาย เข้าไปสำรวจความเสียหายที่ได้รับจากอุทกภัย ตรวจสอบพบสะพานขาดเป็นสะพานที่มีความยาว 12 เมตร กว้าง 7 เมตร เป็นสะพานที่ประชาชนใช้สัญจรผ่านไประหว่างหมู่บ้านเพื่อขนพืชผลทางการเกษตร

ชาวเน็ตห่วง! บึงกาฬให้เด็กร่วมเผากัญชาของกลาง กว่า 8 ตัน

%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2

ชาวเน็ตห่วง! บึงกาฬให้เด็กร่วมเผากัญชาของกลาง กว่า 8 ตัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (22 ก.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. .ที่สนามยิงปืนกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายชัยธวัช เนียมศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีประชารัฐบึงกาฬ

โดยมีประชาชน นักเรียน ผู้นำชุมชน ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตัวแทน ปปส.ภาค 4 หัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกันเผาทำลายยาเสพติดประเภท 5 กัญชาจำนวน 8.08 ตัน มูลค่า 120 ล้านบาท

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การเผาทำลายยาเสพติดในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการขับเคลื่อนประชารัฐให้ตระหนักถึงโทษ และพิษภัยยาเสพติด และเป็นการเผาทำลายยาเสพติดให้โทษคือกัญชาที่เป็นของกลาง ซึ่งคดีได้ถึงที่สุดแล้ว ระหว่างปี พ.ศ.2557 – 2559 จำนวน 261 คดีน้ำหนักรวม 8.08 ตัน คิดเป็นมูลค่า 120 ล้านบาท

ในการเผาทำลายในวันนี้ใช้สนามยิงปืนของกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง โดยการใช้ตะแกรงเหล็กรองพื้นแล้วใช้ลำไม้ไผ่บงรองด้านบนติดกับแท่งกัญชา จากนั้นวางทับด้วยยางรถยนต์ สลับกันเป็นชั้นๆ ลาดด้วยน้ำมันเครื่อง

ส่วนด้านล่างใต้ตะแกรงเหล็กจะใช้พัดลมเป่าให้อากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อให้การเผาทำลายยาเสพติดครั้งนี้ได้ไหม้หมด และให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด คาดว่าจะใช้เวลาเผาของกลางประมาณ 2 วัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันแก๊งยาเสพติดมาฉกฉวยเอาไป

จ่อสอบครูปล่อย ป.5 ไปจนถูกข่มขืน ส่งเด็กตรวจ-หวั่นติดโรค

%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%86%e0%b9%86

จ่อสอบครูปล่อย ป.5 ไปจนถูกข่มขืน ส่งเด็กตรวจ-หวั่นติดโรค

ปวีณาฯ แถลงคืบหน้า กรณีคนข้างบ้านรับเด็ก ป.5 จากโรงเรียนพาไปข่มขืน จ่อตั้งกรรมการสอบสวนครูเวร นำตัวเด็กตรวจรักษา หวั่นติดโรค

จากกรณี นายภูมิ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี และ นางอ้อม (นามสมมติ) อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา อาชีพรับจ้างทั่วไป พา ด.ญ.เปิ้ล (นามสมมติ ) อายุ 11 ปี ลูกสาว นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความเป็นธรรม

เนื่องจากเกิดกรณีครูเวรประจำโรงเรียนดังกล่าว ปล่อยให้ลูกสาวออกไปนอกโรงเรียนกับชายแปลกหน้า ที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง แค่อ้างว่าพ่อแม่เด็กให้ช่วยมารับลูกกลับบ้าน โดยไม่มีการโทรมาสอบถามผู้ปกครองก่อน ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเข้าเรียนหลังเคารพธงชาติ กระทั่งเด็กถูกหลอกไปบังคับข่มขืนกระทำชำเรา

และหลังเกิดเหตุได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายไปรับน้องเปิ้ล แต่เมื่อจะขอเป็นหลักฐานกลับไม่ได้รับความร่วมมือ ทั้งหลังเกิดเหตุไม่เคยมาห่วงใยสอบถามอาการเด็กเลย ซึ่งเห็นว่าครูได้ปล่อยปละละเลยในการทำหน้าที่จนทำให้เกิดเหตุ จึงขอให้ทางมูลนิธิปวีณาฯ ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย และหลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุลประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้เร่งประสานทางกระทรวงศึกษาช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว วันนี้ (22 ก.ย.) ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลอง 7 รังสิต-นครนายก ปทุมธานี นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) สพฐ. พร้อมทีมงานชุดเฉพาะกิจ

รวมทั้ง นายเสริมปัญญา เทียมวัน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต 2 ได้เดินทางเข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ และสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่และน้องเปิ้ล นักเรียนชั้นป.5 ผู้เสียหาย เพื่อเป็นข้อมูลในการช่วยเหลือและตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางโรงเรียนดังกล่าว

ต่อมา นางปวีณา ได้จัดแถลงข่าว เปิดเผยว่า จากการที่ได้ร่วมกันพูดคุยกับครอบครัวน้องเปิ้ล ผู้เสียหาย สรุปว่า ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต 2 จะตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีครูปล่อยเด็กออกไป และจัดสอบนอกรอบให้กับน้องเปิ้ลและหาที่เรียนใหม่ให้เพื่อเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมและฟื้นฟูสภาพจิตใจ

สุดเศร้า! โลกโซเชียลไว้อาลัยเหยื่อเรือล่ม ส่งยิ้มลาครั้งสุดท้าย

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2

สุดเศร้า! โลกโซเชียลไว้อาลัยเหยื่อเรือล่ม ส่งยิ้มลาครั้งสุดท้าย

กลุ่มเพื่อนในเฟซบุ๊กของเหยื่อสาวที่ประสบเหตุเรือล่มที่พระนครศรีอยุธยา ร่วมไว้อาลัยแก่พนักงานกระทรวงแรงงานที่ไปร่วมล่องเรือพบปะสังสรรค์ตามประเพณีชาวมุสลิม เมื่อวานนี้ (18 ก.ย.) ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งโพสต์ภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มระหว่างโดยสารบนเรือ เพียงไม่กี่นาทีก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

จากกรณีเหตุเรือล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดสนามชัย ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังปฏิบัติหน้าที่ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุเพียงไม่กี่นาที พบว่าหญิงสาวที่เป็นหนึ่งในเหยื่อผู้เสียชีวิต เพิ่งได้โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊ก เป็นสาวโพกผ้าสีแดง สวมเสื้อสีเหลือง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
จนกระทั่งเกิดเหตุเศร้าสลดขึ้น บรรดาญาติๆ และเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กของหญิงสาวคนดังกล่าว ต่างพากันตกใจ พร้อมกับโพสต์ข้อความไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนเพื่อนที่อยู่ในภาพอีกคน ขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม

สำหรับผู้หญิงคนดังกล่าว คือ น.ส.ชนาพา มหาครุฑ อายุ 28 ปี เป็นเจ้าพนักงานแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้ขึ้นเรือลำดังกล่าวเพื่อพบปะสังสรรค์ตามประเพณีของชาวมุสลิม ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ล่องเรือจากมัสยิดอีกตำบลไปยังอีกตำบล จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ เรือหักหลบเรือบรรทุกทราย และพุ่งชนกับเสาเข็ม ทำให้เรือจมลงอย่างรวดเร็วตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

เจอตัวแล้ว! สาวประชดอาบน้ำบนถนน โมโหขับรถตกหลุมทุกวัน

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2

เจอตัวแล้ว! สาวประชดอาบน้ำบนถนน โมโหขับรถตกหลุมทุกวัน

สาวอาบน้ำกลางถนนประชด หลังจากที่เห็นว่ามีหลุมขนาดใหญ่บนถนน ทำให้ 3 หมู่บ้าน ในอำเภอแม่ละมาด จ.ตาก เดือดร้อนการสัญจรไปมาอย่างลำบาก

หลังจากที่สมาชิกเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ฮา กะเหรี่ยง” ได้มีการนำภาพหญิงสาวกระโจมอกอาบน้ำบนพื้นผิวถนนมาลง โดยระบุว่า “อาบน้ำไหม น้ำมีหลายบ่อ มาอาบด้วยกัน” และได้ระบุว่า สถานที่ดังกล่าวคือ บ้านตีนธาตุ อ.แม่ละมาด จ.ตาก ซึ่งภาพดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก

ทีมข่าวเวิร์คพอยท์จึงได้สอบถามไปยังสมาชิกเฟซบุ๊ก “อธิชา ปาม ปาม” หรือน้องปาม นางแบบจำเป็นวัย 25 ปี ผู้ที่ปรากฏอยู่ในภาพดังกล่าว โดย “อธิชา ปาม ปาม” ได้เปิดเผยว่า ภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยให้น้องที่รู้จักถ่ายให้เนื่องจากตนเองทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่ต้องเดินทางไปเยี่ยมบ้านอยู่บ่อยๆ โดยจะต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว ซึ่งระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร กว่าๆ จะมีหลุมลักษณะนี้ เป็นช่วงๆ ตลอดเส้นทาง

โดยตอนแรกก็คิดว่าจะโพสต์แค่ให้ในกลุ่มเพื่อนดูเท่านั้น เพราะโมโหที่ต้องขับรถลงหลุมทุกวัน ไม่คิดว่าจะถูกแชร์ไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเป็นกระแสแบบนี้ ก็อยากให้หน่วยงานรัฐเจ้าของพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เจ้ามาดูแลซ่อมแซมให้ชาวบ้านก็จะดี

ทั้งนี้ “อธชา ปาม ปาม” ยังเปิดเผยอีกว่า ในหมู่บ้านตีนธาตุ มีกว่าร้อยหลังคาเรือนที่ใช้ถนนเส้นนี้ และยังมีอีกหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านจกปิ กับบ้านป่าไร่เหนือ ก็ต้องใช้เส้นทางนี้เช่นกัน

ป๋อ เอ๋ เปิดบ้านหลังใหม่ จัดปาร์ตี้ริมสระ

%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88

ป๋อ เอ๋ เปิดบ้านหลังใหม่ จัดปาร์ตี้ริมสระ

เรียกว่าเป็นความสุขของคนเป็นพ่อจริงๆ สำหรับพระเอกคุณพ่อลูกสอง ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ หลังจากที่เพิ่งทุ่มเงินหลายล้านบาทกับการสร้างบ้านหลังใหม่ ก็เพื่อครอบครัว โดยเฉพาะลูกๆ น้องภู น้องเภา จะได้มีพื้นที่วิ่งเล่นและอยู่ธรรมชาติ ภายในบ้านหลังใหญ่ ซึ่งบรรยากาศดีมาก

ล่าสุดหลังจากที่ป๋อ และภรรยา เอ๋ พรทิพย์ พร้อมลูกชาย ที่เพิ่งย้ายเข้าอยู่บ้านหลังใหม่ได้ไม่นาน ก็มีเพื่อนๆ สนิท แก๊งพ่อแม่ พร้อมหน้ามาเยี่ยมเยือนบ้านสะกิดใจ ทั้ง นานา ไรบีนา,ฮาน่า,บี ปิยวรรณ และสามี นั่งเล่นปาร์ตี้กันที่สนามหญ้า ใกล้สระว่ายน้ำ ลูกๆ ก็ปาร์ตี้กินพิซซ่า เล่นน้ำ พ่อแม่ก็เม้าท์มอยตามประสาพ่อแม่กันไป และ “น้องเภา” ลูกชายคนเล็กของป๋อ เอ๋ ที่กลายเป็นขวัญใจ เพราะความขี้อ้อนที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกัน

ดูเป็นครอบครัวที่น่ารักอบอุ่นจริงๆ ค่ะสำหรับบ้าน “สกิดใจ”

อ๊อด บัณฑิต ตัดพ้อ ถูกขู่ฟ้องผลิตMVทำลายวัฒนธรรมชาติ

%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%91%e0%b8%b4%e0%b8%95

อ๊อด บัณฑิต ตัดพ้อ ถูกขู่ฟ้องผลิตMVทำลายวัฒนธรรมชาติ

ทำเอา “อ๊อด บัณฑิต ทองดี” ผู้กำกับชื่อดัง และ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ถึงกับต้องออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อ หลังเข้าประชุมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อรับข้อกล่าวหาทำลายวัฒนธรรมชาติที่พายักษ์เที่ยว

จากกรณีมิวสิควีดีโอเพลง “เที่ยวไทยมีเฮ” ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ให้ “อ๊อด บัณฑิต ทองดี” ร่วมผลิตเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยมี “เก่ง ธชย” และ “ฟิล์ม บงกช” ร่วมร้องและร่วมแสดง

โดยใน MV มีการใส่ชุดโขน นำตัวละครจากรามเกียรติ์ อาทิ ทศกัณฑ์ นางสีดา และเหล่ายักษ์ ตระเวนเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ของประเทศไทย ซึ่งได้มีการเผยแพร่ให้ได้ชมกันเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา

หลังจากเข้าร่วมการประชุม อ๊อด บัณฑิต ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “คุณค่าของวัฒนธรรมควรเก็บไว้บนหิ้งหรือไร นำมาต่อยอดเพื่อประโยชน์ของชาติก็ไม่ได้ ถูก…เรียกไปขู่ว่าจะฟ้องโทษฐานทำลายวัฒนธรรมชาติ”

ซึ่งก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจมากมาย อาทิ เก่ง ธชย, เอกชัย ศรีวิชัย รวมถึงเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดัง Drama-addict ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

ขณะที่ชาวเน็ตก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่มองว่า ทศกัณฑ์ เป็นเพียงตัวละครจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ และการนำมาประยุกต์เพื่อทำเป็น MV ดังกล่าว นอกจากจะสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยแล้ว ยังทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

News | PahlawanWeb powered by WordPress