รวบอดีตดาราสาวตัวประกอบในภาพยนตร์ดัง ตกอับขโมยของในตลาดนัด

อายเค้ามั้ย

รวบอดีตดาราสาวตัวประกอบในภาพยนตร์ดัง ตกอับขโมยของในตลาดนัด อ้างเป็นบ้า ญาติไม่มีใครสนใจ

(27 ก.ค.) พ.ต.ท.ศิริวุฒิ พัดวิจิตร สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งจาก นางสาววนิดา แสงมณี อายุ 29 ปี แม่ค้าขายของกิ๊ฟช็อปในตลาดนัดวันพุธ กลางเมืองศรีราชา ว่าสามารถจับตัว นางสาวมนัสนันท์ ปานดี อายุ 32 ปี ที่ก่อเหตุลักทรัพย์เป็นกระเป๋าสตางค์ที่วางขายหน้าร้านในตลาดนัด ไว้ได้ ให้ช่วยมาตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.ศรีราชา จึงเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังควบคุมตัว นางสาวมนัสนันท์ ปานดี ได้ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ห้องสายตรวจ สภ.ศรีราชา โดยตรวจสอบในกระเป๋สะพายสีเหลือง พบของกลางเป็นกระเป๋าสตางค์ 1 ใบ ครีมบำรุงผิวยี่ห้อดัง 2 กระปุก กระเป๋าสตางค์แฟชั่นสีเงิน 1 ใบ สมุดบันทึก กำไลข้อมือเงิน และของใช้อีกจำนวนหนึ่งอยู่ในกระเป๋า

โดยนางสาววนิดา เจ้าของร้านกิ๊ฟช๊อป เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังขายของอยู่ในตลาดนัดอยู่นั้น นางสาวมนัสนันท์ ได้เดินเข้ามาเลือกสินค้า ก่อนเอาเสื้อคลุมวางบนแผงกระเป๋า ก่อนรวบเสื้อพร้อมหยิบกระเป๋าเข้าไปไว้ในเสื้อคลุมที่วางไว้บนแผงออกไปพร้อมกับเสื้อ ตนเห็นผิดสังเกตจึงเช็คสินค้าก็พบว่ากระเป๋าสตางค์ได้หายไป จึงวิ่งไล่ตามพร้อมทั้งตะโกนให้คนในตลาดช่วยจับกุมตัว จนสามารถจับกุมตัวได้ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปดำเนินคดีต่อไป ซึ่งตนได้รับแจ้งจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดว่านางสาวมนัสนันท์ ผู้ก่อเหตุเคยก่อเหตุในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ แต่ที่ผ่านมาผู้เสียหายเกิดความสงสารจึงไม่เอาเรื่อง แต่ก็กับมาก่อเหตุลักษณะนี้อยู่อีกหลายครั้ง

หอยกะพงกว่า 1 พันตัน เกยตื้นตายที่ชายหาดหัวหิน

หอยๆๆ

หอยกะพงกว่า 1 พันตัน เกยตื้นตายที่ชายหาดหัวหิน

มรสุมที่พัดเข้าฝั่งอย่างรุนแรงในระยะนี้ ทำให้หอยกะพงกว่า 1 ตันขึ้นมาเกยหาดหัวหิน ขณะที่เทศบาลต้องระดมเจ้าหน้าที่เข้าเก็บกวาด

โดยซากหอยกะพงจำนวนมากที่ถูกคลื่นซัดขึ้นตายอยู่ริมชายหาดถนนเลียบวังเหนือ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นระยะทางยาวประมาณ 100 เมตร ซึ่งคาดว่าทั้งหมดนี้จะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 1 ตัน แต่ที่ทางเทศบาลต้องระดมเจ้าหน้าที่มาช่วยกันจัดเก็บ เนื่องจากหอยที่ตายและตากแดดนานเริ่มเน่า และส่งกลิ่นเหม็น ประกอบกับน้ำทะเลขึ้นเร็วเป็นอุปสรรคต่อการจัดเก็บ จึงมีบางส่วนยังเก็บได้ไม่เนื่องจากน้ำขึ้นเสียก่อน ต้องรอจัดเก็บอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ แต่โดยทั่วไปแล้วไม่กระทบสิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวยังคงเล่นน้ำได้ตามปกติ

สำหรับการเกยตื้นของหอยกะพง เป็นเพราะคลื่นลมแรงจัดในช่วงมรสุมซัดหอยเหล่านี้ขึ้นฝั่ง ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2556 ซึ่งครั้งนั้นมีหอยกะพงนับล้านตัว และถูกซัดขึ้นฝั่งต่อเนื่องถึง 12 วัน แต่ครั้งนี้ถือว่าน้อยกว่าครั้งก่อนมาก

สำหรับหอยกะพง เป็นหอยสองฝา อาศัยอยู่ในโคลนตามพื้นทะเล พบตามชายฝั่งอ่าวไทย กินสิ่งมีชีวิต นำมาปรุงอาหารได้ แต่ควรเป็นหอยกะพงที่ยังเป็น ๆ และแช่อยู่ในน้ำทะเล สำหรับหอยที่ตายแล้วไม่แนะนำให้นำรับประทาน

วางระเบิดทหารพรานอีกแล้ว เจ็บ 4

ระเบิด

วางระเบิดทหารพรานอีกแล้ว เจ็บ 4

ทหารพรานชุดลาดตระเวนเส้นทางรักษาความปลอดภัยครู ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดที่จังหวัดปัตตานี และ นราธิวาส เจ็บ 4 นาย

จังหวัดปัตตานี เกิดเหตุลอบวางระเบิดทหารพราน 2 จุด จุดแรก เวลา 05.30 น.ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4205 กรมทหารพรานที่ 42 จำนวน 12 นาย กำลังเดินลาดตระเวนเส้นทางเพื่อ รปภ.ครู บนถนนสายบ้านโต๊ะบาลา-กะดุนง ม.4 ตำบลกะดุนง ถูกคนร้ายกดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 10 กก.ซุกไว้ในกองขยะริมถนน ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ อส.ทพ.เริ่มพงศ์ ทวีรัตน์ ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัว แพทย์ช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว

จุดที่ 2 เวลา 07.30 น. เหตุเกิดบนถนนสายนราธิวาส -ปัตตานี ม.11 ตำบลเตราะบอน อำเภอสายบุรี ห่างจากจุดแรกประมาณ 8 กม. ทหารพรานที่ 42 อีกชุด รวม 6 นาย กำลังเดินลาดตระเวนเส้นทางเพื่อ รปภ.ครู ถูกคนร้ายกดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 10 กก.ซุกไว้ในท่อน้ำ ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ อส.ทพ.สรพงษ์ ดีหนู และ อส.ทพ.เฉลิมพล โปเกลี้ยง

จังหวัดนราธิวาส 08.20 น. คนร้ายลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4516 กรมทหารพรานที่ 45 จำนวน 7 นาย ซึ่งเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทาง ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ ส.อ.สิทธิชัย ทองถึง อายุ 45 ปี หัวหน้าชุดลาดถูกสะเก็ดระเบิดอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งรักษา รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

นอกจากนี้ยังมีเหตุป่วนในพื้นที่ 6 อำเภอ โดยเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางไปตรวจสอบ และ ปลดป้ายผ้าที่คนร้ายแขวนไว้มีข้อความไล่ทหารออกจากพื้นที่ ตามต้นไม้ ริมถนน และรั้วบ้าน จำนวน 15 จุด น และยังางวัตถุต้องสงสัยไว้ด้วย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดปลอม

รับสร้างบ้าน อุดร จากผู้มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี

รับสร้างบ้าน อุดร จากผู้มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี

บริษัท โมเดิร์นดี รับสร้างบ้าน อุดร (Modern De House Builder)

บริษัท โมเดิร์นดี รับสร้างบ้าน อุดร (Modern De House Builder) ให้บริการรับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น และโซนอีสาน ด้วยประสบการณ์มากกว่า20 ปี จากรุ่นบุกเบิกจนถึงรุ่นปัจจุบัน

บริษัทได้มีการรวบรวมบุคลากรที่มีความสามารถ ทั้งในด้านการก่อสร้างและการออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ และงานด้านวิศวกรรมก่อสร้างที่มีเทคนิคที่ทันสมัย ปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมในการให้บริการลูกค้าที่มีความต้องการที่จะปรึกษาเรื่องการสร้างบ้าน ออกแบบ โดยมีสำนักงานถึง 2 สาขา สำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี และขอนแก่น ให้บริการลูกค้าในโซนภาคอีสาน

โมเดิร์นดี รับสร้างบ้าน อุดร สร้างความแตกต่างที่เป็นคุณ “Make IT Different” จากทีมงานผู้ประสบการณ์ ความชำนาญการพิเศษเฉพาะทาง ผลงานมากกว่า 300 โครงการ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยเทคนิคการก่อสร้างที่ทันสมัย จึงทำให้เราได้รู้ถึงความต้องการ ของลูกค้าอย่างแท้จริง คุยง่าย เข้าใจคุณ ดำเนินนโยบายการออกแบบ ก่อสร้างบ้าน ภายใต้แนวคิด “The Different 4” เราเน้นความรับผิดชอบต่องาน และความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยพิสูจน์ได้ด้วยรางวัล สุดยอดผู้รับเหมาบิลด์ Golden Contractor 2014 และผลงานการก่อสร้างอาคารอีกมากมายของทางบริษัทที่ได้รับความสนใจจากนิตยสารเกี่ยวกับบ้านต่าง ๆ ขอนำผลงานถ่ายทอดลงในนิตยสาร ทั้งนี้รวมไปถึง การตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้างจากทีมงานวิศวกรก่อสร้างโดยใช้มาตรฐานการทอดสอบคุณภาพงานแบบ Unseen Specs เป็นมาตรฐานในการก่อสร้างที่ทางบริษัท ได้ใช้ในการก่อสร้างบ้านให้ลูกค้า

ขอบเขตการให้บริการ เราให้บริการ ออกแบบ ก่อสร้าง รับสร้างบ้าน อุดร บ้าน บ้านชั้นเดียว บ้านสองชั้น อาคาร สำนักงาน อื่นๆ งานต่อเติมอาคารและ รวมไปถึง การออกแบบและก่อสร้าง สวนและสระว่ายน้ำ ด้วยวัสดุมาตรฐาน คุณภาพเกรด A ราคายุติธรรม ทั้งนี้ รวมไปถึงการตรวจสอบคุณภาพ ก่อสร้างจากทีมวิศวกรก่อสร้าง กว่า 100 ขั้นตอนและงานรับประกันนานกว่า 15 ปี ดังนั้น จึงเชื่อใจได้ ท่านจะได้รับ ความพึงพอใจ และบ้านที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามสไตล์ อย่างแน่นอน
MODERNDE เราให้บริการตั้งแต่ การออกแบบ เขียนแบบ การขออนุญาตแบบบ้าน ขอมิเตอร์น้ำ-มิเตอร์ไฟฟ้า (ฟรี) ตลอดจนการดำเนินการ ขอสินเชื่อในการสร้างบ้านจากสถาบัน การเงิน “ไม่มีเงินก็สร้างได้”

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.modern-de.com/

ชายฝั่งภูเก็ตเตือน! ช่วงนี้ระวังแมงกะพรุนไฟ พิษแรงถึงตาย

อันตรายแมงพรุน

ชายฝั่งภูเก็ตเตือน! ช่วงนี้ระวังแมงกะพรุนไฟ พิษแรงถึงตาย

ยามชายฝั่งภูเก็ต โพสต์เตือนภัยนักท่องเที่ยว ช่วงนี้ระวังแมงกะพรุนไฟ พิษร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต หลังมีรายงานกำลังแพร่ระบาดในหลายหาด

โลกออนไลน์กำลังแชร์เตือนระวังภัยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต เนื่องจากมีการตรวจพบว่า แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส กำลังแพร่ระบาดในพื้นที่ พิษอาจจะร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

clubvegus999-casino pic        clubvegas999 เราคือคาสิโนที่เล่นได้ที่บ้าน ผ่านเว็บ คาสิโนออนไลน์ หนึ่งในบริการดีๆ ที่ออกแบบมาเพื่อท่านลูกค้าโดยเฉพาะ เว็บเราได้ตั้งมั่นในหลักของความถูกต้อง บริสุทธิ์ใจ และเถรตรงอย่างเปิดเผย พร้อมกับให้ทุกๆ ท่านได้พนันขันต่อกันอย่างเต็มที่ โดยนักเดิมพันจะได้สนุกและลุ้นรับเงินโบนัส แจ๊กพ๊อตมากมาย ผ่านตัวเกมส์ที่ท่านเลือกเล่นได้งายที่นี่ http://starvegas-slot.com/

เพจเฟซบุ๊กเจ้าหน้าที่ชายฝั่งทะเลภูเก็ต Phuket Lifeguard Service ยังคงโพสต์ประกาศเตือนภัยนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับสำรวจพบ แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หลังพบว่ามีการแพร่ระบาดในหลายๆ หาด เช่น หาดสุรินทร์, หาดในทอน, หาดป่าตอง หรือ หาดกมลา

ทั้งนี้ ได้มีการแนะนำนักท่องเที่ยวว่า หากพบเจอไม่ควรจับหรือสัมผัสเป็นอันขาด เนื่องจากเป็นแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งการสำรวจพบดังกล่าวได้ออกประกาศเตือนเอาไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และยังคงเตือนอย่างต่อเนื่อง ที่่ผ่านมามีรายงานนักท่องเที่ยวถูกพิษของแมงกะพรุนหลายรายแล้วในระยะนี้

อูยย แซ่บ!! “ปันปัน” โพสต์แรง ด่า “น้ำชา” อีกะ-รี่

สวยๆๆๆ

อูยย แซ่บ!! “ปันปัน” โพสต์แรง ด่า “น้ำชา” อีกะ-รี่

โป๊ะแตก! “ปันปัน สุทัตตา” เสียงสูง! โพสต์ไอจีด่า “น้ำชา” อีกะ-รี่ ชาวเน็ตคาดชนวนเหตุเกิดจากอีกฝ่ายหันไปสนิทแฟนเก่า “มาร์ช จุฑาวุฒิ” ล่าสุดลบโพสต์ทิ้งแล้ว
สะพรึงไปทั้งโลกออนไลน์ หลังจากที่เพจใต้เตียงดารา นำภาพและข้อความจากไอจี “ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์” ที่โพสต์ด่าแรงด้วยแคปชั่น “อีกะ-รี่ เสียงสูง” โดยมีภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่แม้สาวปันปันจะโพสต์ให้เห็นแค่เพียงเสี้ยวหน้านิดเดียว แต่ชาวเน็ตนำมาโยงว่าเป็นนักแสดงสาว “น้ำชา ชีรณัฐ ยูสานนท์” งานนี้เพจใต้เตียงดารายังเมาท์มอยว่าสาวปันปันน่าจะลืมเปลี่ยนแอคเคาท์ก่อนพิมพ์ข้อความดังกล่าว โดยชาวเน็ตต่างตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจาก “มาร์ช จุฑาวุฒิ” แฟนเก่าที่สนิทชิดเชื้อสาวน้ำชา มีการโพสต์คลิปหยอกล้อกันในอินสตาแกรมให้เห็นบ่อยๆ โดยล่าสุดปันปันได้ลบโพสต์ดังกล่าวทิ้งไปแล้ว

คนใกล้ชิดยัน! “หมอเปรม” หอบสินสอดสู่ขอสาวชั้น ม.5 จริง

กินเด็ก

คนใกล้ชิดยัน! “หมอเปรม” หอบสินสอดสู่ขอสาวชั้น ม.5 จริง

โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพ หมอเปรม อดีต ส.ส.ขอนแก่น แอบหอบสินสอดไปสู่ขอนักเรียนหญิง ชั้น ม.5 แต่งงาน โดยล่าสุดคนใกล้ชิดยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง

(26 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวเผยภาพ ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ หรือ หมอเปรม อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ขอนแก่น อายุ 51 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ สวมเสื้อสีชมพูสดใส กำลังนั่งให้ผู้เฒ่าผู้แก่ผูกข้อไม้ข้อมืออยู่ในบ้านหลังหนึ่ง โดยมีหญิงสาววัยรุ่นนั่งประกบให้ผูกข้อมือติดอยู่ด้านข้าง และยังมีเงินสดจำนวนหนึ่ง รวมทั้งพระพุทธรูป วางอยู่บนพานทอง ที่ถูกแชร์ต่อ ๆ กันในโลกสังคมออนไลน์ และมีการโพสต์ข้อความอ้างว่า เป็นภาพหมอเปรมทำพิธีสู่ขอหญิงสาววัยรุ่น ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งแบบเงียบ ๆ ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อหลายวันที่ผ่านมา และไม่ใช่การหมั้นหมาย แต่เป็นการแต่งงานไปในคราวเดียวเลย ส่วนค่าสินสอดนั้นอยู่ที่เงินสด 400,000 นบาท พร้อมกับรถเก๋งโตโยต้า วีออส อีกหนึ่งคัน

ทั้งนี้ หลังจากมีการแชร์ภาพ ผู้สื่อข่าวหลายสำนักพยายามโทรศัพท์ติดต่อหมอเปรมตลอดทั้งวันของวานนี้ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่คนสนิทที่เคยร่วมงานกับหมอเปรม รวมทั้งโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ที่นักเรียนหญิงรายนี้ เรียนอยู่ ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องหมอเปรม และนักเรียนหญิงแต่งงานกัน อีกทั้งมองเป็นเรื่องส่วนตัว จึงขอให้รอหมอเปรมชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดคนใกล้ชิดยืนยันเป็นความจริง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา

สลด! เจ้าของบ้านเครียดปลวกกินบ้าน เส้นเลือดในสมองแตก เสียชีวิตเเล้ว

stop

สลด! เจ้าของบ้านเครียดปลวกกินบ้าน เส้นเลือดในสมองแตก เสียชีวิตเเล้ว

จากกรณีที่มีลูกค้าซื้อบ้านจัดสรรโครงการดัง ในราคา 40 ล้านบาท แต่ส่งมอบบ้านได้ไม่นานพบปลวกกินบ้านจากชั้นล่างถึงชั้นสอง จนเจ้าของบ้านต้องโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อเป็นหลักฐานในการร้องเรียนกับเจ้าของโครงการ ล่าสุดบิดาของเจ้าของบ้านเสียชีวิตแล้วด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก

วันที่ 25 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านใน ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีการสวดพระอภิธรรมศพนายกิตติพงษ์ เรืองทอง อายุ 64 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก โดยมีนางวันเพ็ญ เรืองทอง ภรรยา พร้อมด้วยลูกทั้งสามคนที่ยังอยู่ในอาการเศร้าเสียใจ

ก่อนหน้านี้ นายกิตติพงษ์ เรืองทอง และนางสาวสิริกัญญา เรืองทอง-ผู้เป็นลูกสาว ได้ซื้อบ้านในโครงการชื่อดังที่กรุงเทพมหานคร ในราคา 40 ล้านบาท แต่หลังจากส่งมอบบ้านได้ไม่นานพบปลวกกัดกินบ้านจากชั้นล่างถึงชั้นสอง เมื่อฝนตก น้ำก็ไหลเข้าบ้าน ทำให้เฟอร์นิเจอร์และตัวบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้นายกิตติพงษ์ มีอาการเครียด

ในตอนนั้นนางสาวสิริกัญญา ได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานก่อนที่จะโพสขึ้นเฟสบุ๊กจนมีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ต่อมาบริษัทเจ้าของโครงการได้โทรมาหาหลายครั้งเพื่อให้ลบคลิปดังกล่าว และเข้ามาติดต่อเพื่อแก้ปัญหาให้ แต่ก็ยังไม่มีความสมบูรณ์ และครั้งหลังสุดได้เข้าไปพัก แต่ก็ทนไม่ได้เพราะมีแต่กลิ่นน้ำยาฉีดปลวก

จากนั้นนายกิตติพงษ์ ผู้เป็นพ่อได้ล้มป่วยจนเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตกในเวลาต่อมา ซึ่งทางครอบครัวก็ได้ส่งทนายความเข้าไปพูดคุยกับบริษัทเจ้าของโครงการ โดยผู้บริหารระดับสูงได้รับปากว่ายินดีที่จะเข้าช่วยเหลือ และรับผิดชอบทุกอย่าง และพร้อมที่จะรับซื้อบ้านคืนเพื่อความสบายใจ และครอบครัวก็ไม่ได้ถือโทษหรือโกรธเคืองอะไรกับบริษัทเจ้าของโครงการหมู่บ้านดังกล่าวแต่อย่างใด

นักข่าวดังตั้งข้อสงสัย เจอรถโดนตำรวจค้นยาเสพติด

นักข่าว

นักข่าวดังตั้งข้อสงสัย เจอรถโดนตำรวจค้นยาเสพติด

(23 ก.ค.) นายจตุรงค์ สุขเอียด ผู้สื่อข่าวชื่อดังของช่อง 3 ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังผ่านไปเจอเหตุการณ์ขณะตำรวจกำลังตรวจค้นยาเสพติดในรถยนต์คันหนึ่ง และกำลังจะพาคนขับรถและเพื่อนไปห้องน้ำ จึงเข้าไปสอบถามด้วยความสงสัย ก่อนที่จะเจอตำรวจแสดงความไม่พอใจ โดยมีข้อความดังนี้

“ผมผ่านด่านแถวๆพะเยามา คู่หูแวะห้องน้ำเห็นตำรวจหลายนายรุมไขประตูรื้อของในรถทั้งคัน แล้วพาชายคนขับกับเพื่อนไปห้องน้ำ ด้วยว่างจึงไปถามว่า สงสัยมียาหรือครับ ตำรวจเงยหน้ามอง บอก อื้อ ผมก็ถามผู้หญิง เขาว่ามาจากเชียงรายไปกรุงเทพ แล้วดูสภาพก็ปกติ จึงบอกว่า ถ้าไม่มีอะไร ตำรวจจะค้นทำไมมาก เธอว่าไม่รู้เหมือนกันทุกด่านเลย ก็เอามือถือถ่ายเล่นๆ

เท่านั้น ร.ต.ท.นายหนึ่งก็ออกมาจากป้อม ไม่พอใจถามว่า คุณถ่ายอะไร ผมตอบว่า ถ่ายตำรวจทำงานครับ เขาไม่พอใจต่อว่า แล้วขออนุญาตหรือยัง ผมก็ปรี๊ด ต้องขออนุญาตถ่ายภาพกับมือถือด้วยหรือครับ ร้อยโท บอกถ่ายไม่ได้ คุณเกี่ยวอะไร ผมบอกผ่านมาแล้ว ก็ถ่ายไว้ ถ้าพบยาเสพติดจะได้ทำข่าวว่า พบการลักลอบขนยาเสพติด

จากนั้นคู่หูผมเดินมา บอกไปว่ามาจากทำข่าวครับผ่านมา ผมก็บอกว่า ทำไมประชาชนจะถ่ายภาพ จนท.ทำงานไม่ได้ ถ้าบริสุทธ์ เขาก็โวยวายว่า เป็นสิทธิ ผมถามว่าสิทธิอะไร ประชาชนก็มีสิทธิปกป้องตัวเองเหมือนกัน

หนุ่ม กรรชัย เปิดใจลิขสิทธิ์ เพชรตัดเพชร รอคุยช่อง7 หาทางออก!!

กรรชัย

หนุ่ม กรรชัย เปิดใจลิขสิทธิ์ เพชรตัดเพชร รอคุยช่อง7 หาทางออก!!

สืบเนื่องจากกรณีปัญหาลิขสิทธิ์บทประพันธ์ “เพชรตัดเพชร” ซึ่งมีเจ้าของลิขสิทธิ์ถึง 2 คน โดยรายแรกได้ขายลิขสิทธิ์ให้กับ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7 และมี “ธงชัย ประสงค์สันติ” จากค่ายพอดีคำ รับหน้าที่เป็นผู้ผลิตละครเรื่องดังกล่าว ขณะที่เจ้าของลิขสิทธิ์อีกรายก็ได้นำไปขายให้กับผู้จัดฯ ไฟแรง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” จนสุดท้ายกลายเป็นปัญหาคาราคาซังว่าสรุปแล้วความแน่ชัดในการผลิตละครเรื่องดังกล่าวควรเป็นของใครกันแน่ ?

ซึ่งล่าสุดทางด้านของ “หนุ่ม กรรชัย” ก็ได้ถือโอกาสเปิดใจถึงประเด็นลิขสิทธิ์ดังกล่าว โดยเจ้าตัวยืนยันว่าถือลิขสิทธิ์ที่ได้ซื้อมาจากทายาทของ ส.เนาวราช ไว้นานแล้ว และก็ได้ติดต่อฝากเรื่องไว้กับช่อง 7 ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสร้างละครเรื่องดังกล่าว แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ก็คงต้องปล่อยให้เป็นในส่วนของการเจรจาตกลงกันระหว่างตนและผู้ใหญ่ทางช่อง 7 ซึ่งผลสรุปจะเป็นอย่างไรนั้น ณ ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ แต่เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาถึงขั้นฟ้องร้องอย่างแน่นอน…

เรื่องลิขสิทธิ์ละครเพชรตัดเพชร ?
“จริงๆ แล้วอย่างที่เคยมีข่าวออกไปว่าบทภาพยนตร์เรื่องเพชรตัดเพชร ไม่ได้เป็นชื่อภาพยนตร์ รวมถึงชื่อตัวละครที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นมีคนที่ร่วมกันเขียน 2 คน คนหนึ่งคือคุณ “เศก ดุสิต” อีกคนคือคุณ “ส.เนาวราช” ซึ่งตอนนี้ตัวเราเองถือไว้คนหนึ่ง เพราะฉะนั้นในการจะทำละครเรื่องขึ้นมาต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบทประพันธ์ทั้งสองคนก่อน”

แสดงว่าจากคนใดคนหนึ่งก็ไม่ได้ใช่ไหม ?
“ด้วยข้อกฎหมายแล้วไม่ได้ เหมือนกับรถยนตร์คันหนึ่งมีชื่อ 2 คนเป็นเจ้าของ อยู่ดีๆนาย ก. จะไปขายให้อีกคนโดยที่ไม่ถามเจ้าของร่วมมันก็คงจะไม่ได้”

แต่อีกฝ่ายหนึ่งเขาสร้างไป 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วนะ ?
“ก็เข้าใจทางฝั่งช่อง 7 นะครับ เพราะผมเชื่อว่าช่อง 7 อาจจะไม่ทราบตรงนี้ว่ามีคนเขียนร่วมกัน เพราะทางช่อง 7 เคยสร้างมาแล้วครั้งหนึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะตอนนั้นทางทายาทคุณ “ส.เนาวราช” ยังไม่ได้ปรากฏ แต่ ณ ครั้งนี้ทายาทเขาปรากฏแล้ว เพราะฉะนั้นแน่นอนมันต้องมีเรื่องของกฏหมายมาเกี่ยวข้อง”

News | PahlawanWeb powered by WordPress